วันที่ 2 เมษายน 2568 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุข โดยมี นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายวิชัย ไชยมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายกิตติกร โล่ห์สุนทร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข รองปลัดกระทรวง อธิบดี และผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมประชุม ที่กระทรวงสาธารณสุข
โดยนายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนขอชื่นชมบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข ที่ได้ช่วยเหลือเหตุแผ่นดินไหว จนเป็นที่ยอมรับของสังคม และได้รับคำชื่นชมจำนวนมาก ที่บุคลากรทางการแพทย์ ได้ช่วยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและดูแลอย่างเต็มที่ โดยขณะเกิดเหตุแผ่นดินไหว ตนพร้อมด้วยปลัดกระทรวง กำลังเดินทางลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งกำลังนั่งอยู่บนเครื่องบิน จึงต้องยกเลิกภารกิจ กลับกระทรวงสาธารณสุข มาตั้งศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉิน เพราะนายกรัฐมนตรี ได้โทรศัพท์มาสั่งการ ภายหลังเกิดเหตุไม่กี่นาที ให้กระทรวงสาธารณสุข ช่วยเหลือด้านการแพทย์อย่างเต็มที่ โดยถือว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้ขับเคลื่อนด้วยความรวดเร็ว ไม่ถูกตำหนิจากสังคม ซึ่งเราไม่ได้ต้องการคำชม แต่ต้องไม่ถูกสังคมตำหนิ ดังนั้น เราต้องทำหน้าที่ให้เร็ว
นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนจากนี้ เราต้องดำเนินการต่อเรื่องอาคารโรงพยาบาลร้าวหลายแห่ง ซึ่งต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ เพราะอาคารทศมินทราธิราช โรงพยาบาลราชวิถี วิศวกร ไม่กล้ารับรอง จึงขอให้มีการตั้งคณะกรรมการที่มีหลายหน่วยงานเข้าร่วม เนื่องจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย จะมีเครื่องมือที่พร้อมมากกว่า ก็ขอให้ตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะเป็นเรื่องความปลอดภัย และสร้างความมั่นใจให้กับผู้มาใช้บริการด้วย รวมถึงขอให้ผู้บริหารกระทรวง ติดตามบริษัทจีน ก่อสร้างอาคารของโรงพยาบาลด้วย เนื่องจากมีการรายงานข่าวว่า บริษัทจีนที่สร้างตึก สตง. รับงานสร้างอาคาร 9 ชั้น รพ.สงขลาด้วย โดยบริษัทเหล่านี้ รับงานเป็น 10 แห่ง ถ้าเราจะสร้างความมั่นใจ ก็ให้ช่วยนำวัสดุที่ก่อสร้างของสัญญาอื่นๆมาตรวจก่อน เช่นเหล็กได้สเปกหรือไม่ ซึ่งของ รพ.สงขลา ยังก่อสร้างไม่เสร็จ อะไรที่ตรวจได้ ก็ขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปตรวจสอบด้วย จะได้สร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน
ขณะที่ นายเดชอิศม์ กล่าวว่า ช่วงแผ่นดินไหว ตนไม่ได้อยู่กระทรวงสาธารณสุข เนื่องจาก ได้รับมอบหมายให้ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จึงไม่ได้อยู่ติดตามสถานการณ์ แต่ตนก็ถือโอกาสไปตรวจเยี่ยม รพ.ป่าตอง และรพ.ถลาง โดยพบว่า การบริหารมีปัญหาจำนวนมาก เนื่องจากจังหวัดภูเก็ต มีประชากรแฝงจำนวนมาก และมีนักท่องเที่ยวมากกว่าประชากรแฝง ทำให้โครงสร้างประชากรแตกต่างจากพื้นที่อื่น จึงขอฝากผู้บริหารกระทรวงว่า การคำนวนงบประมาณ อย่าคำนวนแค่จำนวนประชากรเท่านั้น รวมถึงตนได้มีโอกาสสอบถามนักท่องเที่ยวถึงการดูแลสุขภาพ ได้คำยืนยันว่า สถานบริการมีมาตรฐาน และราคาถูกกว่าหลายประเทศ ตนจึงมองว่า จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการหารายได้เข้าประเทศได้
นายสมศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมถึงการติดตามความคืบหน้าผลกระทบจากแผ่นดินไหวว่า ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขมีโรงพยาบาล ได้รับผลกระทบรวม 480 แห่ง ขณะนี้เปิดบริการได้แล้วเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ มีเพียง 5 แห่งที่ยังไม่ครบร้อยเปอร์เซ็นต์ คือ โรงพยาบาลราชวิถีปิด 1 อาคารทศมินทราธิราช อาคารโรงพยาบาล จ.แพร่ โรงพยาบาลวิเศษชัยชาญ โรงพยาบาลสมุทรสาคร โรงพยาบาลพระยืน ขอนแก่น ส่วนการช่วยเหลือเมียนมานั้น ได้มีการประสานมายังกระทรวงการต่างประเทศ และประสานต่อมายังกระทรวงสาธารณสุขให้สนับสนุนด้านการแพทย์ ซึ่งจะส่งทีม EMT type 1 (Emergency Medical Technician) ที่ได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลก หรือ WHO เคยไปช่วยเหลือเหตุพายุนาร์กีส ที่ประเทศเมียนมาแล้ว เตรียมไว้แล้ว 2 ทีม ประมาณ 80 คน ไปช่วยเหลือประมาณ 4 – 6สัปดาห์ แล้วแต่ความเหมาะสม โดยจะส่งนายวิชัย ไชยมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้นำทีมไปด้วย เพราะมีความคุ้นเคย และเคยไปปฏิบัติราชการ ประสานงานกับเมียนมาจะได้ช่วยเรื่องการสื่อสารและดูแลปลอดภัยของทีมแพทย์
เมื่อถามถึงการตรวจสอบโรงพยาบาลสงขลาที่ใช้บริษัทเดียวที่ก่อสร้างตึกสตง. นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ได้มีการตรวจสอบแล้ว โดย กรมโยธาธิการ ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้อำนวยการ และยืนยันว่าวัสดุต่างๆ และการก่อสร้าง ไม่พบความผิดปกติ ขอให้สบายใจ เรื่องนี้กระทรวงมีความห่วงใย ในการประชุมคณะรัฐมนตรี นายกฯ ได้ให้ความห่วงใยเรื่องสเปกวัสดุที่ใช้งานต่างๆ ซึ่งต้องทำให้เคลียร์และให้เกิดความมั่นใจกับพี่น้องประชาชน
เมื่อถามว่าการจัดซื้อจัดจ้างมักจะเลือกบริษัทที่มีการประมูลราคาต่ำที่สุด จะส่งผลกระทบต่อหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ก็มีการวิพากษ์วิจารณ์ผู้รับเหมาราคาต่ำ แล้วมีโอกาสขาดทุน ถ้าราคาต่ำลงก็ต้องลดคุณภาพวัสดุที่ใช้ก่อสร้าง อาจทำให้เกิดความแข็งแรงน้อย เช่น เหล็กที่นำมาใช้ เราจะต้องมาทบทวนเปก เรื่องของราคา แต่มีข้อด้อย ทางราชการไม่ได้เขียนว่าราคาต่ำกว่าราคากลาง 5 % 10 % เป็นความผิดปกติ ต้องเอามาวิเคราะห์ใหม่ถึงความปลอดภัย บางครั้งราคาถูกลง แต่สร้างไม่เสร็จ ก็ทำให้โดนกลับมาหลายเปอร์เซ็นต์ ผู้เกี่ยวข้องพิจารณาประเด็นดังกล่าวด้วย
เมื่อถามว่ากระทรวงคมนาคม ขึ้นแบล็กลิสต์บริษัทก่อสร้างดังกล่าวแล้ว กระทรวงฯจะต้องตรวจสอบหรือต้องยกเลิกสัญญาหรือไม่อย่างไร นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องการยกเลิกสัญญาดูอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ ต้องดูให้ครบองค์ประกอบระเบียบราชการ ซึ่งตนไม่ทราบ แต่กระทรวงสาธารณสุขที่มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าวนี้อยู่บ้างในจังหวัดที่เราได้ตรวจสอบแล้ว ไม่มีผลกระทบ คือในจังหวัดสงขลาตามที่มีข่าวออกมา
บางท่านบอกว่าต้องหยุดก่อสร้างซึ่งคงไม่ต้องหยุด ก็ตรวจสอบควบคู่กันไป ของเราก็ตรวจสอบเกือบหมด แต่ยังมีบางอาคารที่ยังไม่แล้วเสร็จ ส่วนไหนที่ต้องรับคนมากต้องดูให้ละเอียด ทั้งนี้เหล็กที่สร้างไปแล้วสามารถตรวจสอบได้ อาจต้องคำนวณใหม่ว่ารับไหวหรือไม่ เป็นเรื่องของวิศวกรต้องพิจารณาเพื่อทำให้เกิดความปลอดภัย นายสมศักดิ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวนครบาล ทีมข่าวสยามนิวส์ รายงาน