เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 1 เม.ย. 68 นายภูวัต หรือโจ สังข์สวน อายุ 24 ปี ชาว ตำบลสวนใหญ่ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ได้เข้าร้องเรียนกับสื่อ หลังเจ้าตัวถูกตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดนายหนึ่ง เอาเงินไป 4 แสนบาท แถมยังถูกลูกชายของแม่เลี้ยงรวมหัวกันกับเพื่อนและตำรวจยัดยา จนถูกกดเงินในบัญชีที่มี 1,169,990 บาท เหลือติดบัญชีเพียง 15 บาท และยังเอาสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท เลสข้อมือหนัก 2 บาท แหวนทองหนัก 1 บาท รวม 5 บาท มูลค่ากว่า 250,000 บาท ของตนเองไปด้วย จึงอยากให้นักข่าวเป็นกระบอกเสียงช่วยติดตามเงินจำนวนดังกล่าวกลับคืนมาให้ เพราะได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก
โดย นายภูวัต เล่าว่า หลังจากพ่อแยกทางกับแม่ และมาได้เมียใหม่ มีลูกติดมา 1 คน ชื่อนาย ณณันท์ หรือเต๋า อายุ 20 ปี ต่อมา พ่อของตนเองเสียชีวิตลงเมื่อปี 63 และได้ทิ้งสมบัติเป็นบ้านหลังใหญ่ติดถนน พร้อมที่ดิน 500 ตารางวา ซึ่งเป็นบ้านที่ตนอาศัยอยู่คนเดียวในปัจจุบันนี้ จนกระทั่งปี 65 มีคนรู้จักกันนำเอาพ่อไก่ชนมาให้ตนทับกับไก่ชนของตน โดยมีข้อตกลงว่า ถ้าได้ลูกก็จะแบ่งกันคนละครึ่ง แต่โชคชะตาเล่นตลกไก่ชนของตนหลุดออกมา และไปตีกับไก่ชนของเพื่อนที่นำมาทับ ทำให้ไก่ชนของเขาตาย ตนถูกเรียกค่าเสียหาย 4 แสนบาท ไม่มีเงินให้เขาจึงถูกแจ้งข้อหา ทำให้เสียทรัพย์ โดนจำคุกอยู่ 1 ปี
หลังจากนั้นมา ตนก็ถูกตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านขณะนั่งดื่มกินกับเพื่อน ๆ ซึ่งครั้งนั้นเพื่อนตนได้กระโดดหลบหนีไป ทิ้งยาไว้ 10 เม็ด ตนถูกจับตรวจฉี่ไม่พบสีม่วง อีกทั้งยาก็ไม่ใช่ของตนเอง ศาลจึงได้มีคำสั่งยกฟ้อง หลังพ่อของตนเสียชีวิตลง แม่เลี้ยงของตน จึงได้ทำเรื่องเป็นผู้จัดการมรดกและเอาโฉนด ที่ดินพร้อมทั้งบ้านหลังนี้ไปจำนองไว้ในราคา 5 ล้านบาท โดยแบ่งให้ลูกชายของเขา 2 ล้าน 5 แสนบาท และให้ตนเอง 2 ล้าน 5 แสนบาท
จนกระทั่งต่อมา ตนเองได้ให้ทนายยื่นฟ้องต่อศาลไม่ให้แม่เลี้ยงเป็นผู้จัดการมรดกและชนะคดี จนกระทั่งตนมีชื่อเป็นเจ้าของบ้านและที่ดินหลังนี้ ซึ่งทางแม่เลี้ยงเองได้มาขอให้ตน ช่วยเซ็นชื่อไถ่ถอนโฉนดที่จำนองไว้ 5 ล้าน เพื่อไปจำนองใหม่กับอีกเจ้าหนึ่ง ในราคา 11 ล้านบาท และเหลือเงินกลับมา 6 ล้านบาท โดยแม่เลี้ยงแบ่งให้ตน 2 ล้านให้ลูกชายเขา 2 ล้านและตัวแม่เลี้ยงเองอีก 2 ล้านบาท
ก่อนจะมีการโอนเงินให้ตนในวันที่ 28 มี.ค. 68 ที่ผ่านมา แต่จู่ ๆ ในวันเดียวกัน กลับมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดนนทบุรี นับ 10 นาย พร้อมด้วยหญิงสาวชื่อ อุ๋ย นำกำลังเข้ามาตรวจคนที่บ้านตนเอง แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย พบเพียงอาวุธปืนโค้ด Super ขนาด .38 แบบ Magazine ซึ่งเป็นปืนที่มีทะเบียนตนซื้อมา 80,000 บาท โดยระหว่างตรวจค้น ตนยังถูกเจ้าหน้าที่ในชุด นำยาเค จำนวน 1 ยัดใส่บริเวณช่องเก็บของ ของรถ จยย.ที่ตนจอดไว้ ซึ่งตนยืนยันและปฏิเสธไปว่าไม่ใช่ยาของตน เนื่องจากตนไม่เคยเสพยา แต่รับว่าชอบดื่มน้ำกระท่อมจริง
ตนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวไปที่กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ถนนสนามบินน้ำ ก่อนทำการบันทึกจับกุม แจ้งข้อหามีอาวุธปืน และนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี โดยคัดค้านการประกันตัว ก่อนเข้าห้องควบคุม ทางสิบเวร ได้ขอให้ตนเองถอดสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาทสร้อยข้อมือหนัก 2 บาท แหวนทองคำหนัก 1 บาท รวม 5 บาท และโทรศัพท์มือถืออีก 2 เครื่องให้กับญาติ ซึ่งตอนนั้นมีนายเต๋ากับเพื่อนชื่อ ปีโป้ อายุ 20 ปี รวมทั้งนางอุ๋ย มารับทรัพย์สินของตนเองไปและบอกให้ตนเองเตรียมเงินประกันตัว 400,000 บาท ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี ตนจึงได้โอนเงินให้นายเต๋าไป และมาทราบภายหลังว่าเงิน 400,000 บาท ไม่ได้เอาไปประกันตน แต่นายเต๋าและนางอุ๋ย ได้สั่งให้ปีโป้กับเพื่อน นำไปให้ตำรวจชุดสืบสวนนายหนึ่งที่กองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดนนทบุรี
หลังจากนั้นนางอุ๋ยและนายเต๋า ได้สั่งให้ ปีโป้ ไปกดเงินที่ตู้ ATM ตรงข้างห้างเมเจอร์ท่าน้ำนนทบุรี จนเกลี้ยงบัญชีเหลือเงินอยู่แค่ 15 บาท ซ้ำร้ายในวันนี้ยังมีชายหนุ่มแอบอ้างเป็นตำรวจสืบสวน โทรมาบอกว่าจะขออีก 100,000 บาท ในคดียาเสพติดที่ค้นเจอที่รถตนเอง ซึ่งตนก็ยืนยันว่า ตนถูกยัดยา ตนไม่เคยพกหรือไม่เคยใช้ยาเค ตอนนี้ตนไม่มีเงินในบัญชีแล้วจะเอาอะไรอีก แต่ชายคนนี้ก็ไม่สนใจยังคงพูดจาแกมข่มขู่ให้ตนจ่ายเงินอีก 100,000 บาท ตนจึงได้อัดเสียงไว้และกดสายทิ้งในเวลาต่อมา
ตอนนี้ตนเองรู้สึกสบายใจมากที่ ปีโป้กับเพื่อนกลับใจยอมมาพูดความจริงกับตนเองว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นมาอย่างไร ตนเสียใจจริง ๆ ไม่คิดว่านายเต๋าลูกติดแม่เลี้ยงคนนี้ จะรวมหัวกับนางอุ๋ยและเพื่อนมาวางงานให้กับตนเอง ทั้ง ๆ ที่ตนเองก็แบ่งเงินที่ได้จากการจำนองให้กับเขาและแม่เลี้ยง ตอนนี้ตนเองรู้สึกไม่สบายใจและเป็นกังวล คงต้องขายบ้านและที่ดินหลังนี้ หากได้เงินมาก็จะไปไถ่จำนอง ส่วนเงินที่เหลือตนก็ขอยืนยันว่า จะไม่แบ่งให้กับแม่เลี้ยงและนายเต๋าอีกแล้วต่อไปนี้