กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา ชาย อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี 23 /2568 ลง 10 ม.ค.2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ผู้ใดเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้เจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใดหรือร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นและร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”
สถานที่จับกุม บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่ง หมู่ 6 ต.ทุ่งบัว อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือน ม.ค.2567 ขณะที่ นางสาวเอ (นามสมมุติ) ได้พบเห็นเพจเฟซบุ๊กหนึ่งโพสต์ในลักษณะให้ทำงานที่บ้านเพื่อหารายได้เสริมรายได้ดี นางสาวเอ เห็นประกาศรับสมัครงานเป็นงานกรอกข้อมูลทางออนไลน์ จึงได้สมัครงานกับเพจดังกล่าว และมีกลุ่มไลน์ที่ใช้สื่อสารแจกงาน แต่มีเงื่อนไขต้องโอนเงินก่อนทำงาน เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะไม่ทิ้งงาน ผู้เสียหายหลงเชื่อเพราะในกลุ่มมีสมาชิกคนอื่นๆ อยู่ด้วย ซึ่งการทำภารกิจแรกๆ ก็ได้เงินตามจริง แต่ต่อมาถอนเงินไม่ได้ จากนั้นก็ถูกหลอกให้โอนเงินเพิ่มอ้างทำภารกิจอีก จึงเชื่อว่า ถูกมิจฉาชีพหลอกมาตั้งแต่ต้น ทั้งเพจรับสมัครงาน และสมาชิกในกลุ่มไลน์บางคนก็เป็นหน้าม้า จึงได้เข้าแจ้งความ หลังแจ้งความตำรวจสืบสวนจนพบ ชื่อบัญชีรับโอนเงิน นำไปสู่การออกหมายจับ โดยผู้เสียหาย โอนเงินไปให้กับมิจฉาชีพ เป็นจำนวน 7 ครั้ง เป็นเงินจำนวน 100,000 บาท หลังศาลอนุมัติหมายจับ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ได้รับการประสานและได้ทำการสืบสวนและติดตามจนทราบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีมาทำงาน อยู่ในพื้นที่ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม จึงได้เข้าทำการควบคุมตัวตามหมายจับ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางขุนเทียน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
จากการตรวจสอบหมายจับเพิ่มเติมยัง พบว่า ผู้ต้องหา มีหมายจับติดตัว ได้แก่ 1.หมายจับศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา จ.80 /2568 ลง 10 มี.ค.2568 กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง” ของ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา รวม 2 หมายจับ ซึ่งมีการกระทำผิดลักษณะเดียวกัน
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ยอมรับว่าเคยติดยาเสพติดแล้วไปรับจ้างเปิดบัญชีธนาคารให้กับมิจฉาชีพซึ่งจำได้ว่าได้ค่าจ้างเปิดบัญชี 1,000 บาท โดยไม่มีส่วนรู้เห็นกับพฤติกรรมของมิจฉาชีพว่าจะไปหลอกผู้เสียหายแต่อย่างใดและยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง
ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ รายงาน