เชื่อได้ว่าหลายคนคงสงสัยกันว่า ขับรถอยู่ดีๆ มองป้ายบอกทางทีไร ก็จะคุ้นตากับสองสีนี้ใช่ไหมล่ะ สีน้ำเงินบ้าง สีเขียวบ้าง แล้วเคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมถึงต้องเป็นสองสีนี้ วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจแบบเข้าใจง่ายๆ สไตล์คนขับรถด้วยกัน
สีเขียว: เพื่อนซี้บนถนนหลวงทั่วไป
ถ้าเห็นป้ายสีเขียว นั่นเป็นสัญญาณว่าเรากำลังอยู่บน “ทางหลวงแผ่นดิน” หรือถนนที่ไม่ใช่ทางด่วน เพราะสีเขียวเ เขาว่ากันว่ามันให้ความรู้สึก สบายตา ผ่อนคลาย เหมือนสีของต้นไม้ใบหญ้า ทำให้คนขับรถที่อาจจะเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลๆ รู้สึกสบายใจขึ้นมานิดนึง ที่สำคัญคือ สีเขียวมัน ตัดกับตัวอักษรสีขาว ได้ดีมากๆ ทำให้เรามองเห็นและอ่านป้ายได้ง่าย แม้จะขับมาด้วยความเร็วพอสมควร
สีน้ำเงิน: เจอกันเมื่อขึ้น ทางด่วน
ส่วนป้ายสีน้ำเงินเนี่ย เป็นสัญลักษณ์ของ ทางหลวงพิเศษ หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า ทางด่วน หรือ มอเตอร์เวย์” นั่นเอง โดยสีน้ำเงินให้ความรู้สึกถึง ความเป็นระเบียบ เป็นทางการ และดูน่าเชื่อถือ เหมือนกับระบบการจัดการที่ดีของทางด่วนที่มีการควบคุมการจราจรอย่างเข้มงวด เหมือนกับสีเขียว สีน้ำเงินก็ ตัดกับตัวอักษรสีขาว ได้ชัดเจน ทำให้เราอ่านป้ายได้ง่ายเช่นกัน แถมยังช่วยให้เรา แยกแยะทางด่วนออกจากถนนธรรมดา ได้ทันที
บนท้องถนนบ้านเราไม่ได้มีแค่ป้ายสีน้ำเงินกับสีเขียว ยังมีสีอื่นๆ อีก เช่น สีแดง (ป้ายเตือนอันตรายหรือป้ายห้าม) สีเหลือง (ป้ายเตือนให้ระมัดระวัง) และสีขาว (ป้ายบอกข้อมูลทั่วไป) ซึ่งแต่ละสีก็มีความหมายเฉพาะของมัน เพื่อให้การสื่อสารบนท้องถนนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุด สรุปแบบคนขับรถเข้าใจ
ง่ายๆ เลย ป้ายบอกทางสี เขียว คือเพื่อนร่วมทางบนถนนทั่วไป ให้ความรู้สึกสบายๆ อ่านง่าย ส่วนป้ายสี น้ำเงิน เหมือนเป็นไกด์พิเศษบนทางด่วน ที่ดูเป็นระเบียบและน่าเชื่อถือ