ทวี DSI ประชุมคดีนอมินี บ.ไชน่า เรลเวย์ฯ ปมตึก สตง.ถล่มเซ่น มีการใช้ 3 คนไทยเป็นนอมินีช่วยอำพรางถือหุ้นตั้งแต่วันก่อตั้งบริษัท
เมื่อเวลา 09.00 น วันที่ 4 เม.ย. 2568 ที่ ห้องประชุม ชั้น 1 อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ การประชุมคดีพิเศษที่ 32/2568 ครั้งที่ 1 เพื่อพิจารณากำหนดแนวทางการสอบสวน โดยการประชุมครั้งนี้มี 3 ระเบียบวาระ ประกอบด้วย วาระที่ 1 เรื่องประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ วาระที่ 2 เรื่องเสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณากำหนดแนวทางการสอบสวนคดีพิเศษตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 และวาระ 3 เรื่องอื่น (ถ้ามี)
โดยในการประชุม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ได้เดินทางมาเป็นประธานในที่ประชุม พร้อมด้วย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ รวมทั้งสิ้น 36 ราย นำโดย พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค พ.ต.ท.อมร หงษ์ศรีทอง ผอ.กองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ในฐานะรองหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน ร่วมกันประชุมคดีพิเศษดังกล่าว
พ.ต.อ.ทวี กล่าวในที่ประชุม ว่า กรณีเหตุการณ์อาคารที่ทำการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (อาคาร สตง.) เกิดถล่มลงมา แล้วมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต และขณะนี้ก็ยังมีผู้สูญหายจำนวนมาก ซึ่งตัวเลขวานนี้ (3 เม.ย.) ปรากฏยอดผู้เสียชีวิตแล้ว 15 ราย มีจำนวนผู้ประสบภัย รวม 103 ราย เรื่องนี้ถือเป็นโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งพื้นที่ประเทศไทยมี 320 ล้านไร่ แต่เรากลับต้องโฟกัสพื้นที่ภายในอาคาร สตง. ประมาณ 11 ไร่
ซึ่งเป็นเรื่องที่เราต้องรวบรวมพยานหลักฐานและพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าสาเหตุมันเกิดจากอะไร และเมื่อได้สาเหตุแท้จริงแล้ว ก็จะดูต่อได้ว่ามันมีการกระทำผิดกฎหมายอะไรบ้าง โดยปกติแล้วพนักงานสอบสวนจะทำงานเกี่ยวข้องอยู่ 3 เรื่อง คือ 1.พยานบุคคล 2.พยานเอกสาร และ 3.พยานวัตถุ
ทั้งนี้ ด้วยความที่ไม่ได้มีใครเก่งไปทั้งหมด จึงต้องใช้พยานผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ประการทั้งหมดนี้มันก็เป็นโชคดีปนโชคร้ายของประเทศไทย เรามีหลักการและกฎหมายที่ดีจำนวนมาก แต่กฎหมายที่ดีก็มีจำนวนฟุ่มเฟือย และที่สำคัญ กฎหมายมาแบ่งเป็นอาณานิคมของกฎหมายใครกฎหมายมัน
ดังนั้น เวลาเกิดเหตุขึ้นมา จึงทำให้แม้แต่เรื่องอุบัติเหตุอุบัติภัย ซึ่งพอเหตุอุบัติภัยมีการข้ามพื้นที่ ข้ามประเทศ การบริหารจัดการจึงมีความยาก และทุกหน่วยงานก็มีอาณานิคมของตัวเอง การทำงานของพนักงานสอบสวนในวันนี้จึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย
นอกจากนี้ภายหลังจากที่อธิบดีดีเอสไอได้รับคดีนอมินีเป็นคดีพิเศษ โดยเฉพาะประเด็น 3 กรรมการผู้ถือหุ้นชาวไทยในบริษัท ไชน่า เรลเวย์ฯ ได้แก่ นายโสภณ(สงวนนามสกุล) ถือหุ้น 40.7997% นายประจวบ (สงวนนามสกุล) ถือหุ้น 10.2% และ นายมานัส (สงวนนามสกุล) ถือหุ้น 0.0003% ปรากฏว่าได้มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอลงพื้นที่ติดตามตัวกรรมการคนไทยบางรายไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือเรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมเรียกสอบสวนปากคำตามขั้นตอน
ต่อมาเวลา 10.00 น. พ.ต.อ.ทวี พร้อมด้วย พ.ต.ต.ยุทธนา ร.ต.อ.สุรวุฒิ พ.ต.ต.วรณัน และ น.ส.กนกไรวินท์ ร่วมกันแถลงผลการประชุมคดีนอมินี บ.ไชน่า เรลเวย์ฯ เบื้องต้น
พ.ต.อ.ทวี เปิดเผยว่า วันนี้เป็นการประชุมของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 32/2568 ตนในฐานะผู้อำนวยความยุติธรรมจึงมารับฟังข้อมูลและอยากให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมคณะทำงาน ได้รับทราบว่าคดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชนและต้องการความยุติธรรม ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะอ้างว่าแผ่นดินไหวแต่บนพื้นที่ 320 ล้านไร่ในประเทศไทย พบว่าเกิดขึ้นเพียงที่ดินก่อสร้างอาคารสำนักงานผู้ตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ พื้นที่เพียง 11 ไร่เท่านั้น
ขณะนี้มีผู้เสียชีวิต 15 ราย และมีผู้ประสบเหตุ จำนวน 103 ราย ซึ่งต้องเร่งให้การช่วยเหลือ ถ้ายังมีชีวิตอยู่แม้จะมีหนทางไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม แนวทางการสอบสวนของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจำเป็นจะต้องมีพยานหลักฐาน และพยานบุคคลที่มีชีวิตอยู่ก็ต้องไปสอบสวน
รวมถึงพยานวัตถุว่าอะไรเป็นสาเหตุของอาคารถล่มจนมีผู้เสียชีวิต หากปล่อยให้อาคารชำรุดไปเลยก็จะโยนความผิดเพราะหาหลักฐานไม่ได้ และวัสดุอุปกรณ์เป็นยี่ห้อใดถือเป็นพยานวัตถุต้องประสานผู้รับผิดชอบ และอยากให้ผู้เชี่ยวชาญไปตรวจสอบถือเป็นพยานหลักฐานที่สำคัญ ที่สำคัญอย่าเข้าไปเป็นอุปสรรค เราต้องเชื่อว่าบุคคลสูญหายยังมีชีวิตอยู่ การอยู่รอดชีวิตถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
ทั้งนี้ ดีเอสไอมีการแต่งตั้งบุคคลที่มีประสิทธิภาพในหลายๆ เรื่อง เช่น คนที่ควบคุมการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและการประกอบธุรกิจบุคคลต่างด้าว คือ กระทรวงพาณิชย์ แต่พอเป็นกิจการร่วมค้า กระทรวงพาณิชย์ กลับไม่มีทะเบียนอ้างว่าไม่ใช่เป็นนิติบุคคลตามกฏหมายแพ่ง และหน่วยงานที่มารับผิดชอบมาเป็นกรมสรรพากรเพราะต้องมีการมาเสียภาษี ซึ่งไม่มีหน่วยงานโดยตรงที่รับผิดชอบเรื่องทะเบียนตรงนี้ จึงอยากให้ดีเอสไอเข้าไปตรวจสอบ
พ.ต.อ.ทวี เปิดเผยอีกว่า ส่วนการจดทะเบียนกิจการร่วมค้า บริษัทต่างชาติไม่สามารถทำได้อยู่แล้ว ต้องมีคนไทยร่วมถือหุ้นร้อยละ 51 และคนต่างด้าวร้อยละ 49 จึงอยากให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษไปตรวจสอบด้วยเพราะต้องตอบคำถามสังคมได้ ส่วนพบมี 11 บริษัทที่เป็นคนไทย ได้งานมาทั้งหมด 29 โครงการได้อย่างไร จึงจำเป็นต้องเข้าไปตรวจสอบเพราะอาจจะมีโครงการจำนวนมากกว่านี้ สำหรับผู้ที่ประกอบธุรกิจประเภทนี้อาจต้องการผลประโยชน์ ควรดูว่าจะเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงินหรือไม่ แต่ถ้าพบความผิดการทุจริตในเนื้องานจะส่งต่อ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อ
พ.ต.ต.ยุทธนา เปิดเผยว่า นอกจากความผิดคดีนอมินีที่ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ ก็ยังมีความผิดอื่นพิจารณาควบคู่ไปด้วย คือ ความผิดว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) ซึ่งความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (นอมินี) โดยจะต้องดูว่าในส่วนคนไทยที่ไปถือหุ้นนั้น ต้องพิสูจน์ว่าเป็นการถือหุ้นโดยอำพรางหรือไม่
ทั้งนี้ จากรายงานการตรวจสอบเบื้องต้น พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้มีการไปตรวจสอบยังบ้านพักของนายประจวบ ที่ อ.โพนทราย จ.ร้อยเอ็ด แต่ไม่พบตัว พบเพียงภรรยา ซึ่งให้ข้อมูลว่า นายประจวบมีรายได้น้อยมาก ทำงานรับจ้างเกี่ยวกับการก่อสร้าง ได้เงินเดือนประมาณหมื่นกว่าบาทเท่านั้น
อีกทั้งนายประจวบกลับมาถึงบ้านก็ไม่ได้พูดคุยถึงเรื่องตึก สตง. ถล่มให้ฟังว่าเกี่ยวข้องกับตนเองอย่างไร ก่อนออกจากบ้านไปแล้ว 2-3 วันโดยไม่ได้แจ้งภรรยาว่าออกไปที่ไหนอย่างไร ซึ่งเราดูแนวโน้มเบื้องต้น มันไม่สอดคล้องกับการที่เขาไปถือหุ้นในนิติบุคคลหลาย ๆ แห่ง นี่จึงเป็นสิ่งบ่งชี้ที่น่าเชื่อได้ว่าเป็นการถือหุ้นอำพราง หรือนอมินี นอกจากนี้ ในกรณีกรรมการผู้ถือหุ้นชาวไทยอีก 2 รายที่เหลือ คือ นายโสภณและนายมานัส เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตัวเช่นเดียวกัน
พ.ต.ต.ยุทธนา เปิดเผยอีกว่า คณะพนักงานสอบสวนยังได้มีการจัดทำโครงสร้างรายชื่อกิจการร่วมค้าที่ บ.ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้มีการไปเข้าร่วมกับนิติบุคคลหลายแห่ง แต่ในช่วงแรกเราจะโฟกัสไปที่กิจการร่วมค้าที่ไปร่วมกับ บ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ชนะในการแข่งขันราคาในกรณีการก่อสร้างตึก สตง. ส่วนนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน
พ.ต.ต.ยุทธนา เปิดเผยอีกว่า ส่วนสัญญาที่บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วมค้าและได้รับงานจากภาครัฐ ตั้งแต่ปี 2562 – 2567 จำนวน 29 สัญญา คณะพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการตรวจสอบเช่นเดียวกัน เพราะตอนนี้เรายังโฟกัสที่คดีนอมินีเป็นหลักก่อน นอกจากนี้ หากย้อนไปดูในส่วนของ 11 รายชื่อกิจการร่วมค้าของ บ.ไชน่า เรลเวย์ฯ จะพบว่าหลายที่ก็ยังไม่ได้เกิดเหตุใด ๆ ยังปกติอยู่ ดังนั้น เราจึงไปดูในส่วนของ “กิจการร่วมค้า ไอทีดี ซีอาร์อีซี“ เป็นหลักก่อน
เมื่อถามว่าเวลาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสถานที่แห่งใดจะพบว่าเอกสารล่องหนหายไป หรือมีการขนย้ายเอกสาร ประชาชนจึงหวั่นใจว่าจะสามารถได้เอกสารหลักฐานที่จะใช้พิจารณาดำเนินคดีกับกลุ่มคนเหล่านี้อย่างไรบ้าง พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า ตอนนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการอย่างเร็วที่สุด เพราะเราก็มีอำนาจในการที่จะประสานติดตามพยานหลักฐานต่าง ๆ โดยเรามั่นใจว่าจะได้เอกสารสำคัญมาแน่นอน ส่วนกรณีที่มีรายงานข้อมูลว่าบริษัท ไชน่า เรลเวย์ฯ เข้าไปเกี่ยวข้องกับบริษัทธุรกิจยางแห่งหนึ่งนั้น ขณะนี้ดีเอสไอยังไม่มีข้อมูลดังกล่าวแต่อย่างใด
พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด (Xin Ke Yuan Co., Ltd.) นั้น ดีเอสไอจะตรวจสอบถึงประเด็นที่เขาเป็นผู้จำหน่ายเหล็กให้กับบริษัทที่เกิดเหตุ เนื่องจากทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้ไปตรวจสอบแล้วพบว่ามีสินค้าบางรายการที่ไม่ได้คุณภาพตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ส่วนเรื่องฝุ่นแดงของเหล็ก ทราบว่าเป็นความผิดเกี่ยวกับการออกใบกำกับภาษีปลอม และเป็นเรื่องของมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีเอสไออาจต้องไปดำเนินการในขั้นตอนต่อไป