เปิดคำให้การ ลูกชายนักการเมืองดัง วัย19 ฆ่าทุบหัว น้องโฟกัส แฟนสาวม.6 หมกศพทิ้งทุ่งนา เผย ผลชันสูตร ด้าน ผกก.สภ.หันคา ยัน เป็นลูกนักการเมือง ไม่มีผลกับคดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีพบศพ น้องโฟกัส อายุ 19 ปี ถูกฆ่าหมกทุ่งนาในพื้นที่ ต.หันคา อ.หันคา จ.ชัยนาท เมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุม นายนพ (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ลูกบุญธรรมของนักการเมืองท้องถิ่นชื่อดังได้ที่บ้านพัก ทั้งนี้ น้องโฟกัสเพิ่งจบ ม.6 จากโรงเรียนแห่งหนึ่ง และสอบติดคณะศิลปะศาสตร์และวิทยาศาสตร์ สาขาการตลาด ม.เกษตรศาสตร์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันที่ 4 เม.ย.2568 ที่สภ.หันคา จ.ชัยนาท เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว นายนพในห้องควบคุม มีท่าทีไร้กังวล ยังคงเดินไปเดินมา นั่ง ๆ นอน ๆ แต่พอเห็นผู้สื่อข่าวกำลังถ่ายภาพกลับหนีเข้ามุมห้องขัง
เบื้องต้น นายนพ ให้การรับสารภาพว่า ทำไปเพราะหึงหวง และรักมาก ประกอบกับมึนเมาจึงลงมือไปอย่างไม่ยั้งคิด เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนและทำแผนประกอบคำรับสารภาพในช่วงบ่ายวันนี้
พ.ต.อ.ธนกฤต รวยอารี ผกก.สภ.หันคา กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น.ของวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา ศูนย์วิทยุ สภ.หันคา ได้รับแจ้งพบศพผู้เสียชีวิตอยู่บริเวณทุ่งนา บริเวณ ม.6 ต.หันคา ร้อยเวรได้ออกไปยังที่เกิดเหตุ พบสภาพผู้เสียชีวิตนอนคว่ำหน้าอยู่บริเวณทุ่งนา
หลังตรวจสอบพบบาดแผลที่ทำให้เสียชีวิตผิดธรรมชาติ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นได้ทราบ ทำการเชิญแพทย์นิติเวช และตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ พบว่าเชื่อมโยงกับตัวผู้ต้องหาที่จับกุมได้
ซึ่งทางผู้ต้องหาให้การรับสารภาพด้วยประจักษ์พยาน พยานแวดล้อม และพยานหลักฐานที่เป็นนิติวิทยาศาสตร์ ทุกอย่างมัดตัวผู้ต้องหา ซึ่งตอนแรกให้การปฏิเสธ สุดท้ายก็รับสารภาพ จึงรวบรวมหลักฐานออกหมายจับ ได้ได้จับกุมตัวมาเรียบร้อยแล้ว และตรวจยึดวัตถุพยานเพิ่มเติม เพื่อนำมาพิสูจน์ความผิดของเขา
ส่วนร่างของผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ สวมเสื้อแขนยาว กางเกงผ้ายืดขายาวสีขาว นอนคว่ำหน้าในทุ่งนา โดยในที่เกิดเหตุไม่มีร่องรอยการต่อสู้ พบคราบเลือด 2 จุด พบรอยหญ้าที่แบนราบ สำหรับบาดแผลมีรอยแตกที่หน้าผาก 2 แผล หลังแพทย์ชันสูตรให้ความเห็นว่าถูกของแข็งกระแทกเข้าที่บริเวณใบหน้า ไม่ได้ระบุว่าของแข็งคืออะไร
จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุและผู้ตายมีปัญหากันมาตลอด ทะเลาะกันมาตลอด จากคำให้การของตัวผู้ก่อเหตุเอง อ้างว่า ไปพบว่าผู้ตายแอบคุยกับคนอื่น และผู้ตายไม่ยอมรับ จนกระทั่งเป็นเหตุแบบนี้ เหตุจูงใจน่าจะเป็นเรื่องของความหึงหวง
สำหรับเรื่องของผู้ก่อเหตุเป็นลูกนักการเมืองท้องถิ่น ไม่มีผลอะไรต่อรูปคดี เพราะเชื่อว่าคนที่กระทำความผิดนั้นจะจำนนด้วยหลักฐาน อย่างที่บอกหลักฐานโดยนิติวิทยาศาสตร์ ทุกอย่างโกหกกันไม่ได้อยู่แล้ว ว่ากันไปตามข้อเท็จจริง จะดำเนินการไปตามกระบวนการของกฎหมาย