ทรัมป์ รีดภาษีนำเข้า ไทยโดนขึ้น 36 % กัมพูชาหนักสุดอาเซียน 49 % เวียดนามโดน 46% จีนอ่วมเพิ่มอีก 34% จับตาสงครามการค้า
เมื่อวันที่ 2 เม.ย.68 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าในสหรัฐทุกประเภท 10 % และจะเก็บภาษีเพิ่มเติมกับหลายประเทศ รวมถึงประเทศคู่ค้าสำคัญอีกด้วย โดยการประกาศในครั้งนี้สร้างความตึงเครียดว่าจะเกิดสงครามการค้าขึ้น ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและประเทศพันธมิตรเองด้วย
สำหรับมาตรการเก็บภาษีที่มากขึ้น จะส่งผลให้เกิดความท้าทายต่อระบบเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของโลก ทั้งยังเป็นการเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจในปัจจุบันที่เป็นการค้าเสรีด้วย โดยมีการคาดการณ์ว่า ประเทศที่ส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐจะดำเนินตอบโต้ด้วยการเก็บภาษีที่มากขึ้นเช่นกัน ซึ่งจะนำมาสู่การพุ่งทยานของราคาสินค้าประเภทจักรยาน ไปจนถึงไวน์
มาตรการภาษีส่งผลให้ตลาดหุ้นของสหรัฐร่วงลงอย่างหนัก ขณะที่การซื้อขายหุ้นผันผวนอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ซึ่งเป็นผลมาจากความกังวลของนักลงทุนในเรื่องอัตราภาษี อัตราเงินเฟ้อและผลประกอบการ
สำหรับไทย CTV News รายงานว่า สหรัฐจะดำเนินการเก็บภาษีสินค้าไทย 36 % ซึ่งไทยเป็นประเทศที่จะได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากมาตรการภาษีเป็นอันดับ 14
คู่ค้าหลักที่ถูกเก็บภาษีศุลกากรที่ต่างตอบแทบเหล่านี้ อาทิ
- สหภาพยุโรป 20%
- จีน 34%
- ญี่ปุ่น 24%
- แอฟริกาใต้ 30%
- ไต้หวัน 32%
- อินเดีย 26%
ขณะที่ในส่วนของชาติสมาชิกอาเซียน เรียงตามลำดับการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมจากมากที่สุด ดังนี้
- กัมพูชา 49%
- ลาว 48%
- เวียดนาม 46%
- เมียนมา 44%
- ไทย 36%
- อินโดนีเซีย 32%
- มาเลเซีย 24%
- ฟิลิปปินส์ 17%
- สิงคโปร์ 10%
สำหรับอัตราภาษีต่างตอบแทนใหม่ดังกล่าว ยังจะต้องถูกนำไปรวมกับภาษีนำเข้าสินค้าเดิมที่สหรัฐเรียกเก็บอยู่แล้ว อาทิ จีน ซึ่งมีการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเดิมอยู่ที่ 5% -25% เมื่อรวมกับภาษีต่างตอบแทนที่สหรัฐประกาศเพิ่มเติมต่อจีนอีก 34% ก็จะทำให้ภาษีสินค้าจีนที่นำเข้าไปยังสหรัฐจะอยู่ที่ 39% – 59% อย่างไรก็ดี ในตารางภาษีที่ทรัมป์นำมาแสดงต่อสื่อ ปรากฎตัวเลขภาษีนำเข้าสินค้าจีนที่สูงถึง 67%
ในขณะนี้สหรัฐยังไม่มีการระบุถึงการเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มเติมกับแคนาดาและเม็กซิโก ซึ่งถือเป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญของสหรัฐ โดยทำเนียบขาวกล่าวว่าพวกเขาจะจัดการกับทั้งสองประเทศโดยใช้คำสั่งฝ่ายบริหารฉบับก่อนหน้านี้ ซึ่งกำหนดภาษีศุลกากรสำหรับแคนาดาและเม็กซิโก ในฐานะส่วนหนึ่งของความพยายามของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเฟนทานิลและปัญหาชายแดนที่ 25% ก่อนที่จะประกาศข้อยกเว้นและเลื่อนมันออกไป
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ยังได้ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ที่ผลิตในต่างประเทศทั้งหมด ซึ่งจะมีผลบังคับใช้เกือบทันทีหลังเที่ยงคืนวันที่ 3 เมษายน ตามเวลาในสหรัฐด้วย