มิจฉาชีพหลอก ญาติผู้ประสบภัย ตึกสตง.ถล่ม อ้างสูญเสียทั้งครอบครัว ไร้ที่พึ่ง ได้เงินแล้วหนีหายวอนอย่ามาเอาความเห็นใจ ความสงสาร มาซ้ำเติมกันแบบนี้
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 2 เม.ย.2568 ที่ตึกก่อสร้างสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ถล่ม ริมถนนกำแพงเพชร2 ตรงข้ามตลาดนัดจตุจักร น.ส.นายา พิมพ์สาร ญาติของผู้ประสบภัย เปิดเผยกับสื่อมวลชน หลังจากเจอมิจฉาชีพแฝงตัวในคราบผู้ประสบภัยมาหลอกขอเงิน
น.ส.นายา กล่าวว่า เมื่อวานที่ผ่านมามีผู้ชายอายุ 21 ปี เดินมานั่งข้างๆ ตน แล้วก็กินข้าวไปด้วยร้องไห้ไปด้วย ด้วยความสงสาร ตนจึงเดินเข้าไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทราบว่าเขาชื่อเต้ เขาอ้างว่า พ่อแม่ น้อง และป้า ติดอยู่ในซากตึกถล่ม ซึ่งพ่อเจอศพตั้งแต่วันแรกแล้วก็นำศพไปทำพิธีแล้ว แต่ไม่ได้อยู่ในงานศพเพราะต้องรีบกลับมาที่เกิดเหตุเผื่อว่าจะเจอคนที่เหลือ
นายเต้อ้างว่า เขาไม่เหลือใครแล้ว มาอยู่ที่นี่เป็นวันที่2 เมื่อคืนก็อยู่แถวนี้กินอะไรไม่ลงเลยไม่รู้ว่าแม่กับน้องจะเป็นยังไงบ้าง ทั้งชีวิตของเขาอยู่ในนั้น ซึ่งในระหว่างที่เล่าเรื่องราวให้ตนฟัง อีกฝ่ายก็ร้องไห้ด้วยความเสียใจ พร้อมกับบอกว่าไม่มีใครเลย รู้สึกอัดอั้นมาก ถ้าหากว่าตนไม่ถามเขาก็ไม่รู้ว่าจะไปต่อยังไง ด้วยความสงสารตนจึงบอกว่าให้มานั่งอยู่ด้วยกันก็ได้ เพราะเข้าใจความรู้สึกของคนที่รอเหมือนกัน มันก็ทำให้ตนร้องไห้ตาม
ตนจึงได้ชวนให้อีกฝ่ายมานั่งอยู่ด้วยกัน ก่อนจะถามว่า คืนนี้นอนที่ไหน ให้มาปูเสื่อนอนตากแอร์ที่เจ้าหน้าที่เตรียมพื้นที่ไว้ให้ก็ได้ แต่อีกฝ่ายบอกว่าถ้าหากตนนอนที่สบาย แล้วแม่กับน้องที่อยู่ข้างในจะเป็นยังไง เขาไม่สามารถนอนหลับสบายได้ โดยบอกว่า น้องสาว อายุ 16 ปี ติดอยู่ข้างใน ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง ซึ่งตนเองก็รู้สึกสะเทือนใจเพราะว่าตนก็กำลังรอคอยน้องสาวอายุ 17 ปีซึ่งติดอยู่ภายในเช่นเดียวกัน
ตอนนั้นตนเข้าใจความรู้สึกของคนรอและเห็นใจเนื่องจาก เรารอน้องแค่คนเดียว แต่ของเขา ทั้งครอบครัวเลย มันก็ยิ่งสะเทือนใจมากขึ้น จากนั้น ตนจึงได้สอบถามไปว่า มาที่นี่ยังไงมีเงินติดตัวไหม อีกฝ่ายก็บอกว่าเดินทางมาจากอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ก่อนที่จะเอาเงินมาให้ดู ว่ามีไม่ถึง 100 บาท จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์พ่อขึ้นมาให้ดู บอกว่าโทรศัพท์นี้ตกลงมา พังเสียหายหมด
ขณะที่น้องอีกคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างกันได้ฟังเรื่องราวของนายเต้แล้วก็รู้สึกสงสาร เนื่องจากว่าแฟนของน้องก็ติดอยู่ในซากตึกเหมือนกัน น้องจึงได้ตัดสินใจให้เงินสดไป 1,000 บาท เพื่อเป็นการช่วยเหลือ จากนั้นก็แนะนำให้อีกฝ่ายไปลงทะเบียนแจ้งค้นหา ซึ่งนายเต้อ้างอีกว่า เดี๋ยวจะให้ครอบครัวมาแจ้งในวันพรุ่งนี้ ซึ่งในขณะนั้นตนก็ไม่ได้รู้สึกเอะใจอะไร แต่กลับเป็นห่วงด้วยซ้ำ
ตนจึงแนะนำให้อีกฝ่ายไปลงทะเบียนให้เรียบร้อย ก่อนที่จะบอกว่า ให้ไปเปิดธนาคารเพื่อรอรับเงินเยียวยาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่อีกฝ่ายบอกว่าไม่มีธนาคาร น้องคนที่นั่งอยู่ข้างกันก็รู้สึกสงสารจึงอาสาพานั่งรถตุ๊กตุ๊กไปเปิดบัญชีธนาคารอีกด้วย
พอหลังจากที่เปิดบัญชีธนาคารเสร็จเรียบร้อยแล้วก็กลับมาอยู่ที่เดิมบริเวณศูนย์พักพิงครอบครัวของผู้ประสบเหตุ เวลา 19.30 น. ซึ่งในตอนนั้น อีกฝ่ายบอกว่า “เดี๋ยวขอตัวไปอาบน้ำก่อน” เราก็ไม่ได้เอะใจอะไร ปล่อยให้อีกฝ่ายไปอาบน้ำและบอกย้ำด้วยว่า ถ้าหากอาบเสร็จแล้วและไม่มีที่ไปให้กลับมาที่นี่ แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไปอาบน้ำโดยใช้เวลานานมาก จึงรู้สึกเป็นห่วง เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้ นายเต้ได้ร้องไห้และชอบพูดตัดพ้ออยู่บ่อยๆ
ตนก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะคิดสั้นจึงให้เพื่อนที่เป็นผู้ชายพยายามไปเคาะประตูและดูว่ามีใครอาบน้ำอยู่บริเวณห้องน้ำที่ทางเจ้าหน้าที่จัดให้หรือไม่ แต่ปรากฏว่าไม่มีเลย ซึ่งหลังจากที่นายเต้ขอตัวไปอาบน้ำ จนถึงตอนนี้ก็ไม่เห็นนายเต้อีกเลย จากนั้น ตนจึงได้ไปสอบถามกับเจ้าหน้าที่ว่า มีชื่อของนายเต้มาลงทะเบียนเป็นผู้ประสบภัยหรือไม่ แต่ได้รับคำตอบว่า “ญาติชื่อนี้ ไม่มีนะคะ” ซึ่งในตอนนั้นตนก็คาดการณ์ได้ว่าน่าจะถูกมิจฉาชีพหลอก
“อย่าทำแบบนี้เลย แค่เรามานั่งอยู่ในจุดนี้ก็เสียใจมากพอแล้ว อย่ามาเอาความเห็นใจ ความสงสารของเรามาทำแบบนี้เลย เรารู้สึกแย่มากกว่าเดิมอีก เพราะว่าเราช่วยด้วยความรู้สึกสงสารจริงๆ” น.ส.นายา กล่าว