อนุทิน เผยยอดผู้ติดค้างใต้ซาก ตอนนี้พบร่างต่อเนื่อง ขีดเส้น 7 วัน ตั้งกรรมการสอบ

‘อนุทิน’ ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุตึก ‘สตง.’ ถล่ม เผยตัวเลขผู้ติดค้างใต้ซากอีก 50 คน พร้อมตั้งกรรมการสอบขีดเส้น 7 วัน ด้าน มอก.นำชิ้นส่วนโครงสร้างตรวจหามาตรฐาน

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 30 มี.ค. 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม นำเจ้าหน้าที่สภาวิศวกรรมและเจ้าหน้าที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.)

เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุอาคารกำลังก่อสร้างของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่เกิดทรุดพังถล่มจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา

นายอนุทิน เปิดเผยว่า ขณะนี้หลายหน่วยงานอยู่ระหว่างเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตและผู้เสียชีวิต ซึ่งขณะนี้ยังคงพบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยภายในที่เกิดเหตุมีทีมแพทย์ประจำการสำหรับประเมินความเป็นไปได้ เพื่อวางแนวทางให้ความช่วยเหลือ เพราะขณะนี้ยังไม่สามารถใช้เครื่องจักรทั้งหมดเข้าไปดำเนินการเต็มที่ได้ แต่ก็มีความหวังจะยังมีผู้รอดชีวิตอยู่

ส่วนการช่วยเหลือกรณีหากพบผู้รอดชีวิตจากการตรวจสอบภายในพบมีช่องอากาศที่สามารถจะใช้สอดท่อลมเข้าไปได้ แต่ประเด็นคือผู้ที่ยังไม่สามารถออกมาได้ เนื่องจากถูกทับด้วยโครงสร้างขนาดใหญ่ทำให้ไม่สามารถขยับตัวได้ ซึ่งถือเป็นความยากลำบากในการทำงาน

ขณะเดียวกันในพื้นที่ยังมีทีมวิศวกรคอยประเมินการทำงานด้านการเจาะโครงสร้าง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ที่ติดค้างอยู่ภายในซากอาคาร และผู้ปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งขณะนี้ได้เครื่องมือเข้ามาเพิ่มเติมจำนวนมาก

เช่น เครนขนาด 500 ตัน และ 600 ตัน ซึ่งจะนำเครื่องมือเหล่านี้มาใช้ในการทยอยยกคานขนาดใหญ่ซึ่งมีน้ำหนักมากลงมาด้านล่าง เพื่อลดแรงกดทับจากด้านบน ลดความเสี่ยงในการถล่มเพิ่มเติม

การได้เครนขนาดใหญ่มาเป็นจำนวนมากถือเป็นผลดี เพราะจะช่วยในการถ่วงดุลน้ำหนักของโครงสร้าง โดยขณะนี้พบหน่วยกู้ภัยจากต่างประเทศเข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงานทั้งหน่วยกู้ภัยและผู้เชี่ยวชาญ

ส่วนการตรวจสอบหาสัญญาณชีพขณะนี้อยู่ระหว่างใช้เครื่องมือตรวจสอบ แต่ยอมรับว่าสัญญาณค่อนข้างอยู่ในระดับต่ำ ส่วนนี้อาจมาจากการที่ผู้ติดค้างอยู่ในซากอาคาร ติดค้างอยู่ภายในเป็นเวลานานหลายวัน อาจทำให้ไม่มีแรงในการขยับตัว ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องหาวิธีที่จะค้นหาผู้ติดค้างในทุกวิถีทาง

ในวันพรุ่งนี้ (31มี.ค.) จะครบเวลา 72 ชั่วโมง หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงได้เพิ่มแผนปฏิบัติงาน โดยจะต้องประเมินและวิเคราะห์การปรับใช้เครื่องมือตลอด 24 ชั่วโมงโดยผู้เชี่ยวชาญ

รองนายกฯ อนุทิน กล่าวอีกว่า สำหรับตัวเลขผู้สูญหาย จากการประเมินเบื้องต้นคาดว่ายังคงมีผู้ที่ติดค้างอยู่ภายใต้เศษซากอาคารอีกประมาณ 50 คน แต่ไม่ได้หมายความว่าหากครบทั้ง 50 คน แล้วจะหยุดการค้นหา ซึ่งภารกิจในครั้งนี้ยอมรับว่ามีความยากลำบาก และสำคัญเทียบเท่าใกล้เคียงกับภารกิจถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน

ส่วนการตรวจสอบสาเหตุเบื้องต้นของการพังถล่ม ได้มีการตั้งคณะกรรมการฯ โดยขีดเส้นให้ดำเนินการภายใน 7 วัน โดยมีวิศวกรใหญ่ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรม และนักวิชาการ เป็นคณะทำงานตรวจสอบ โดยการตรวจสอบจะเน้นไปที่วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างว่าเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่

ซึ่งขณะนี้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมลงพื้นที่เก็บชิ้นส่วนไปตรวจสอบ แต่ส่วนตัว มองว่าตึกนี้น่าจะมีปัญหา เนื่องจากในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีตึกจำนวนกว่า 10,000 ตึก บางตึกมีอายุมากกว่า 30-50 ปี

แต่ก็ไม่เห็นเกิดปัญหาเหมือนเช่นอาคารแห่งนี้ ซึ่งเดิมทีประเทศไทยก็มีมาตรฐานในการก่อสร้างอาคารสูง เพราะฉะนั้นจึงไม่อยากให้นำข้อมูลการก่อสร้างของอาคารแห่งนี้มาเปรียบเทียบกับตึกอื่นๆ

Leave a Comment