กามิน เน็ตไอดอล อดีตแฟน แน็ก ชาลี แจ้งความตำรวจไซเบอร์ โดน 4 บัญชีทั้งไอจี – TikTok ตัดต่อภาพใส่ร้าย ทำให้เกิดความเสียหาย เสียชื่อเสียง
เมื่อเวลา 09.11 น. วันที่ 28 มี.ค.68 ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี จีกามิน พร้อมทนายความ เข้าพล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. และพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลที่โพสต์รูปและข้อความใส่ร้าย “กามิน” ในประเด็นต่างๆ หลายประเด็น ทำให้เกิดความเสียหาย
นายพรชัย พฤกษ์พิชัยเลิศ ทนายความของ จีกามิน เปิดเผยว่า วันนี้มาร้องทุกข์กล่าวโทษเพจเฟซบุ๊กและเว็บไซต์อวตารต่างๆ ที่นำข่าวของ “กามิน” ไปโพสต์ ใส่ร้ายด้วยข้อความอันเป็นเท็จทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งเฟซบุ๊กและเว็บไซต์เหล่านี้ ตนไม่สามารถตรวจสอบถึงบุคคลที่เป็นเจ้าของเว็บหรือเพจได้ จึงต้องมาแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ให้ช่วยตรวจสอบ และดำเนินคดีในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
ส่วนในกรณีที่เกิดการพูดนินทากันอย่างแพร่หลายในสื่อโซเชียลนั้น นายพรชัย กล่าวว่า เริ่มต้นตั้งแต่ “กามิน” ตัดความสัมพันธ์กับ “แน็ก ชาลี” เลยทำให้มีประเด็นอื่นๆ ตามมา ซึ่งหากเป็นแค่การพูดคุย แสดงความคิดเห็นก็พอรับได้ แต่หากเป็นการพูดให้เกิดความเสียหาย ใส่ร้ายบิดเบือนข้อเท็จจริง ก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย ซึ่งกฎหมายไทยคุ้มครองทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ
ส่วน “กามิน” เปิดเผยผ่านล่ามแปลภาษาว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างมาก ที่มีข่าวทำให้เกิดความเสื่อมเสียออกมา แต่ก็ขอขอบคุณแฟนคลับที่มาให้กำลังใจ และยังติดตามผลงานของตนเองมาตลอด ขอขอบคุณตำรวจไซเบอร์ที่คอยดูและรับแจ้งความในคดีของตนเอง ส่วนผู้ที่ใส่ร้าย ตนยังไม่ขอพูดถึง
สำหรับ “จีกามิน” เป็นอินฟลูเอนเซอร์สัญชาติเกาหลีใต้ ที่มักจะมีการไลฟ์สดไลฟ์สไตล์ของตนเอง ก่อนที่จะถูกเชิญมารับงานร่วมกับ “แน็ก ชาลี” ในประเทศไทย จนเกิดเป็นกระแสคู่จิ้นที่โด่งดัง แต่ไม่นานทั้งคู่ก็เลิกรากัน ทำให้ “กามิน” เดินทางกลับเกาหลีไปช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งตลอดเวลาระหว่างนั้นก็มีประเด็นดราม่าหลายเรื่องเกิดขึ้น ทำให้เจ้าตัวต้องตัดสินใจกลับไทยมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนปีที่แล้ว และทยอยดำเนินคดีกับบุคคลที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงเรื่อยมา
ด้านพล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 กล่าวว่า เบื้องต้นภายหลังจากที่กามินมอบอำนาจให้ทนายความแจ้งความดำเนินคดีกับบัญชีผู้ใช้ TikTok 2 ราย Instagram 2 ราย ที่คอมเมนต์และตัดต่อภาพไม่เหมาะสม ทำให้ตัวผู้ร้องได้รับความเสียหาย เสียชื่อเสียง
ซึ่งจุดนี้ตนมอบหมายให้ พนักงานสอบสวนบก.สอท.1 ดำเนินการตรวจสอบว่า ชื่อบัญชีทั้ง 4 บัญชีนั้นเป็นใครและผิดในความผิดฐานใดบ้าง ซึ่งเบื้องต้นเท่าที่ดูเป็นความผิดฐานพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ม.16 ซึ่งเป็นการตัดต่อภาพผู้อื่นให้ได้รับความเสียหาย และข้อหาหมิ่นประมาทในการโฆษณา
ซึ่งจะเรียกมาดำเนินคดี ยืนยันว่าทางตำรวจไซเบอร์จะดำเนินคดีเท่าเทียมกันหมด ไม่ได้ทำเฉพาะผู้มีชื่อเสียง หากประชาชนถูกดำเนินคดีนี้ก็สามารถเข้าเเจ้งความได้เช่นเดียวกัน